7.Employment Change และ NonFarm Payroll (NFP) คืออะไร? เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
MACRO ECONOMIC INDICATORS
5/8/20241 min read


อธิบายความหมาย (แยกกันชัดเจน)
A. Non-Farm Payrolls (NFP)คืออะไร: ตัวเลขการจ้างงาน "เฉพาะของสหรัฐอเมริกา" ที่จัดทำโดยรัฐบาลสหรัฐฯ (กรมแรงงาน)
◾คืออะไร: ตัวเลขการจ้างงาน "เฉพาะของสหรัฐอเมริกา" ที่จัดทำโดยรัฐบาลสหรัฐฯ (กรมแรงงาน)
◾คำแปล: ยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตร◾ไส้ใน: นับจำนวนคนที่ได้งานทำเพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมา แต่ ตัด เกษตรกร, ข้าราชการ, และลูกจ้างตามบ้านออก (เพราะกลุ่มนี้เข้า-ออกงานตามฤดูกาล ไม่สะท้อนเศรษฐกิจจริง)
◾สถานะ: เป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่ ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก (The King of Indicators)
B. Employment Change
◾คืออะไร: เป็นคำศัพท์กลางๆ ที่แปลว่า "การเปลี่ยนแปลงการจ้างงาน" ใช้เรียกตัวเลขการจ้างงานของ "ประเทศอื่นๆ" หรือ "ภาคเอกชน"
➡️แบ่งเป็น 2 กรณี:
1. ของประเทศอื่น: เช่น Canada Employment Change หรือ Australian Employment Change คือยอดคนได้งานใหม่ของประเทศนั้นๆ
2.ของเอกชนสหรัฐฯ: มักใช้ชื่อว่า ADP Non-Farm Employment Change คือยอดจ้างงานที่สำรวจโดยบริษัทเอกชนชื่อ ADP (ประกาศก่อน NFP 2 วัน)
ความแตกต่าง (ตารางเปรียบเทียบ)
เพื่อให้เห็นภาพชัด ผมขอเทียบ NFP (สหรัฐฯ) กับ Employment Change (เช่น ของแคนาดา หรือ ออสเตรเลีย)
สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง? (ทำไมตัวเลขถึง ดี หรือ แย่)
ไม่ว่าจะ NFP หรือ Employment Change ตัวเลขจะขึ้นหรือลงมาจากเหตุผลเดียวกันครับ:
ตัวเลขเป็นบวก (+) เพิ่มขึ้นเพราะ:
เศรษฐกิจขยายตัว: บริษัทขายของดี กำไรเยอะ เลยต้องจ้างคนเพิ่มมาช่วยผลิต
ความเชื่อมั่นสูง: เจ้าของธุรกิจมั่นใจว่าอนาคตจะสดใส เลยกล้าลงทุนจ้างคน
ตัวเลขลดลง หรือ ติดลบ (-) เพราะ:
เศรษฐกิจถดถอย: ของขายไม่ออก บริษัทต้องลดต้นทุนด้วยการปลดพนักงาน
ดอกเบี้ยแพง: บริษัทกู้เงินมาลงทุนลำบาก เลยชะลอการจ้างงาน
ภัยพิบัติ/โรคระบาด: เช่น ช่วงโควิด หรือ พายุถล่ม ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก
มีความสำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจ?
ตัวเลขการจ้างงานคือ "จุดเริ่มต้นของเงิน"
ถ้าคนมีงานทำเยอะ (ตัวเลขสูง):
คนมีเงินเดือน ➡️ กล้าใช้เงิน ➡️ บริษัทรวยขึ้น ➡️ เศรษฐกิจดี
ผลข้างเคียง: พอคนแย่งกันซื้อของ "เงินเฟ้อ" จะมา ➡️ ธนาคารกลางอาจต้อง "ขึ้นดอกเบี้ย" เพื่อเบรก
ถ้าคนตกงานเยอะ (ตัวเลขต่ำ):
คนไม่มีเงิน ➡️ ประหยัดค่าใช้จ่าย ➡️ บริษัทขายของไม่ได้ ➡️ เศรษฐกิจแย่
ผลข้างเคียง: ธนาคารกลางต้องรีบ "ลดดอกเบี้ย" เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
________________________________
________________________________
________________________________
🔗Reference : Gemini
ยินดีต้อนรับสู่ Level 3 ส่วนที่ 1: ตลาดแรงงาน (Labor Market) ครับ
ด่านนี้ถือเป็น "หัวใจ" ของการเก็งกำไรเลยครับ เพราะตลาดแรงงานคือต้นตอของเงินในกระเป๋าคน ถ้าคนไม่มีงาน ก็ไม่มีเงินใช้ เศรษฐกิจก็ไปต่อไม่ได้
________________________________
ตัวอย่างเรื่องราว: "ห้างสรรพสินค้าโลก"
ลองจินตนาการว่า โลกนี้คือห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์
ร้าน USA (NFP): เป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในห้าง ลูกค้า 80% อยู่ที่นี่
เมื่อร้าน USA ประกาศว่า "เดือนนี้เรารับพนักงานเพิ่ม 3 แสนคน!" (NFP พุ่ง)
ผล: ทั้งห้างจะตื่นเต้น! นักลงทุนจะแห่กันมาซื้อหุ้นร้าน USA และถือเงินดอลลาร์ (USD) ส่วนร้านทองที่อยู่ข้างๆ จะเงียบเหงา (ราคาทองร่วง)
ร้าน Canada (Employment Change): เป็นร้านขนาดกลางที่อยู่ข้างๆ
เมื่อร้าน Canada ประกาศว่า "เดือนนี้เรารับพนักงานเพิ่ม 1 หมื่นคน"
ผล: คนที่ถือเงินดอลลาร์แคนาดา (CAD) จะดีใจ ค่าเงินแคนาดาจะแข็งขึ้น แต่คนทั้งห้างอาจจะไม่ได้ตื่นเต้นเท่ากับตอนร้าน USA ประกาศ
________________________________
________________________________
อื่นๆ เพิ่มเติมที่ควรต้องรู้ (Tips for Traders)
จำกฎเหล็ก "วันศุกร์หรรษา": ข่าว NFP จะออกทุก "วันศุกร์แรกของเดือน" เวลาประมาณ 19:30 น. หรือ 20:30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ราคาทองคำจะบ้าคลั่ง: ในวินาทีที่ข่าว NFP ออก ราคาทองคำ (XAUUSD) สามารถวิ่งขึ้นลงได้เป็น 1,000 จุดในพริบตา มือใหม่ "ห้ามเทรดชนข่าว" เด็ดขาด ถ้าไม่อยากพอร์ตแตก
ดูตัวเลข "คาดการณ์" (Forecast) เป็นหลัก:
ถ้าตัวเลขจริง มากกว่า คาดการณ์ = USD แข็ง / ทองลง 📉
ถ้าตัวเลขจริง น้อยกว่า คาดการณ์ = USD อ่อน / ทองขึ้น 📈
________________________________


